สถานทีท่องเที่ยวที่น่าสนใจ >> 22 ที่เที่ยวหน้าร้อนสวยบาดใจ ใกล้กรุงเทพฯ

 

ร้อนนี้พี่พาบุก 22 ที่เที่ยวหน้าร้อน

สวยบาดใจ ใกล้กรุงเทพฯ

 

         เที่ยวหน้าร้อนที่ไหนดี ?  คำถามยอดฮิตเมื่อหน้าร้อนกำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ หลายคนคงจะโอดครวญถึงอุณหภูมิที่เริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งความร้อนแบบนี้แทบจะทำให้เราไม่อยากออกจากบ้าน แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เรามีที่เที่ยวหน้าร้อนใกล้กรุงเทพฯ ให้ได้ไปหลบร้อนมาแนะนำกัน ซึ่งก็มีทั้งป่าเขา น้ำตก และท้องทะเล ใครชอบแบบไหนก็ลองเลือกกันดูได้เลยค่ะ ที่สำคัญยังอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มีเวลาแค่เสาร์-อาทิตย์ก็ไปเที่ยวได้ หรือจะไปแบบวันเดย์ทริปก็ยังได้เลย จะมีที่เที่ยวที่ไหนน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ที่เที่ยวหน้าร้อนสไตล์ป่าเขา


1. เขากระโจม จังหวัดราชบุรี 

         เขากระโจม เป็นภูเขาสูงในเขตอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากถึง 1,045 เมตร จึงเป็นจุดชมวิวภูเขาในเขตแนวเทือกเขาตะนาวศรี และทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของภาคกลาง บริเวณยอดเขากระโจมจะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ในหน้าร้อนที่นี่จะมีลมพัดตลอด สามารถนอนกางเต็นท์ ดูดาว สัมผัสน้ำค้างยามเช้าได้ และยังมีบรรยากาศเงียบสงบ ได้อยู่กับธรรมชาติอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ บ้านหอมเทียน, สวนผึ้งออร์คิด, แก่งส้มแมว หรือตลาดน้ำสวนผึ้ง Veneto เป็นต้น

 


  

2. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

 

          อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่ป่าเขาและปอดที่ใหญ่อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย เต็มไปด้วยพืชพรรณมากมายและสัตว์ป่านานาชนิด จึงทำให้ในเขตพื้นที่ทั้งในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และโดยรอบเต็มไปด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ แม้แต่ในหน้าร้อนอากาศที่นี่ก็ยังเย็นสบาย น่ามาเที่ยวพักผ่อน บรรยากาศในช่วงยามเช้าและยามเย็นของทุกวันบริเวณเขาใหญ่จะเงียบสงบ มีเพียงธรรมชาติรอบ ๆ กาย ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดินกลางหุบเขาอย่างฉ่ำใจ ซึ่งโดยรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็ยังมีที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดอีกมากมาย อาทิ พรีโม เพียซซ่า, ปาลิโอ เขาใหญ่, สวนดอกไม้เดอะบลูม, สวนซ่อนศิลป์, เขาใหญ่ พาโนรามา ฟาร์ม, สวนสนุก Life Park, ไร่องุ่นพีบี วัลเล่ย์ เป็นต้น

 


 

3. วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

 

ภาพจาก iTons / Shutterstock.com

         วังน้ำเขียว อยู่ไม่ไกลจากเขาใหญ่มากนัก มีเส้นทางเชื่อมต่อถึงกัน ขับรถเที่ยวได้สบาย ๆ ที่สำคัญวังน้ำเขียวยังมีธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้เขาใหญ่อีกด้วย ซึ่งก็มีทั้งสวนดอกไม้ จุดชมวิว อ่างเก็บน้ำ ไร่องุ่น และที่พักที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากมาย สถานที่ท่องเที่ยวในวังน้ำเขียวที่น่าสนใจ อาทิ วิลเลจฟาร์ม แอนด์ ไวน์เนอรี่, ผาเก็บตะวัน, สวนลุงไกร, A Cup of Love, วังน้ำเขียวฟาร์ม, สวนเบญจมาศผู้ใหญ่สมประสงค์, ฟลอร่า พาร์ค, มอนทาน่า ฟาร์ม, อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง เป็นต้น

 


  

4. อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง จังหวัดสุพรรณบุรี

       อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง หรือปางอุ๋ง สุพรรณฯ ที่เที่ยวแห่งใหม่แกะกล่องในจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอด่านช้าง ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง เป็นอ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสีเขียวสุดเงียบสงบ ภายในอ่างเก็บน้ำมีแพที่พัก สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนพักค้างคืน และยังมีลานกางเต็นท์ไว้บริการอีกด้วย โดยชาวบ้านในพื้นที่ได้ช่วยกันพัฒนา ปรับปรุง ดูแล พื้นที่แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นที่พักผ่อนที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่ใกล้กรุงเทพฯ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ tatsuphan.net และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี โทรศัพท์ 0 3552 5880, 0 3552 5863-4 

 


 

5. สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

  

          สังขละบุรี อำเภอไกลโพ้นสุดดินแดนตะวันตกของจังหวัดกาญจนบุรีและเมืองไทย ที่เที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมสุดเงียบสงบที่ต้องไปสัมผัสกันสักครั้ง หากใครต้องการเที่ยวแบบสบาย ๆ ชิล ๆ ก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่นี่ได้เลย เพราะสังขละบุรีล้อมรอบไปด้วยภูเขา ป่าไม้ และธรรมชาติอื่น ๆ ที่สวยงาม พร้อมทั้งยังมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านทั้งชาวไทย และชาวมอญให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในสังขละบุรี อาทิ สะพานมอญ, วัดวังก์วิเวการาม, เมืองบาดาล, เจดีย์พุทธคยา, ถนนคนเดินสังขละ, ล่องแก่งแม่น้ำรันตี เป็นต้น

 


 

6. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

 

          อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอีกหนึ่งผืนป่าที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ซึ่งมีทั้งป่าเขา อ่างเก็บน้ำและเขื่อนในพื้นที่ของอุทยาน ที่นี่จึงเป็นแหล่งหลบร้อนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของที่นี่จะอยู่ที่บริเวณที่ทำการอุทยาน ซึ่งจะมองเห็นพระอาทิตย์ตกดินอย่างสวยงาม พร้อมทั้งมีเส้นทางให้เดินเล่น ปั่นจักรยานศึกษาธรรมชาติอีกด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืน ทางอุทยานก็มีบ้านพักและลานกางเต็นท์ไว้บริการเช่นกัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทรศัพท์ 0 3246 7326, 08 6166 2991, 0 3245 9293, 0 3243 3658

 


 

7. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า จังหวัดสระบุรี 

 

ภาพจาก Pratchaya Ruenyen / shutterstock.com

         จังหวัดสระบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มักจะถูกมองข้ามจากนักท่องเที่ยว ซึ่งอันที่จริงแล้วที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า โดยตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย เป็นผืนป่าติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยรอบของศูนย์จึงมีธรรมชาติที่สวยงาม อากาศเย็นตลอดทั้งปี มีบรรยากาศเงียบสงบ มีทั้งบ้านพักและลานกางเต็นท์ไว้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินเล่นไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ นั่งพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำ หรือแม้กระทั่งเดินตามหาเห็ดชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะเห็ดแชมเปญ ที่หาดูได้ยากในเมืองไทย

         นอกจากนี้ยังมีที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง อาทิ จุดชมวิวมอเครือ, น้ำตกเจ็ดคต, อ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน เป็นต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า โทรศัพท์ 08 9237 8659, 08 5968 3520, 08 0019 2762

 


 

8. แพแม่น้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี

  

       ถ้าใครอยากพักผ่อนให้หายร้อนอย่างจริงจัง เราขอแนะนำการไปนอนฟังเสียงน้ำ ชมป่าเขาในแพบริเวณแม่น้ำแควใหญ่ ที่จังหวัดกาญจนบุรีกันค่ะ ซึ่งปัจจุบันมีหลายรีสอร์ทที่ให้บริการแพที่พักสุดชิลตลอดริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ คุณจะได้ตื่นเช้ามาพร้อมกับความเย็นสบายของธรรมชาติรอบกาย ทั้งจากสายน้ำและภูเขาหินปูนเบื้องหน้า พร้อมทั้งป่าไม้ในบริเวณข้างเคียง มีเสียงนกมาทักทายทุกเช้า กิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมานอนพักแพที่นี่ก็คือการล่องแพไปตามแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งจะทำให้คุณสดชื่นอย่างมากเลยทีเดียว

ที่เที่ยวทะเลหน้าร้อน

 


 

9. เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

 

         เกาะสีชัง เป็นท้องทะเลที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยอยู่ใกล้กรุงเทพฯ และเป็นเกาะที่ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย จึงทำให้บรรยากาศบนเกาะเงียบสงบ และเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของอดีต ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์บรรยากาศบนเกาะจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยนักท่องเที่ยวจะพาครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อนและกินอาหารทะเลกันที่นี่ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนเกาะ อาทิ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่, ช่องเขาขาด, พระจุฑาธุชราชฐาน, หาดถ้ำเขาพัง เป็นต้น

 


 

10. เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี

 

         เกาะแสมสาร ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ในการดูแลของกองทัพเรือ โดยบนเกาะจะเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติใต้ท้องทะเล มีพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ตั้งอยู่ริมทะเลบริเวณเขาหมาจอ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญบนเกาะ และด้วยความที่เกาะแสมสารได้รับการดูแลธรรมชาติมาอย่างดี ทำให้ที่นี่มีธรรมชาติทั้งชายหาด น้ำทะเล และป่าเขาที่สวยงาม ไม่มีสิ่งบันเทิงสร้างความวุ่นวาย การมาเยือนที่นี่นักท่องเที่ยวจึงจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ กิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การเล่นน้ำบริเวณชายหาด, การดำน้ำ, การปั่นจักรยานรอบ ๆ เกาะ, การเดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติ, การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับการเที่ยวชมเกาะแสมสารได้ที่ tis-museum.org

 


 

11. เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี

 ภาพจาก releon8211 / shutterstock.com

              เกาะล้าน เป็นเกาะที่มีธรรมชาติทางทะเลสวยงาม และยังอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มาก ๆ อีกด้วย รวมทั้งการเดินทางยังสะดวกสบาย สามารถไปเที่ยวได้แบบเช้าไป-เย็นกลับได้อย่างชิล ๆ สิ่งที่ทำให้เกาะล้านตรึงตราตรึงใจนักท่องเที่ยวก็คือหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลเป็นสีฟ้าใส มีแนวปะการังรอบ ๆ เกาะ ให้ได้ดำน้ำกันอย่างเพลิดเพลิน อีกทั้งบรรยากาศยังเงียบสงบ สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ กลายเป็นเกาะสวรรค์สำหรับชาวกรุงไปเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดบนเกาะล้าน อาทิ หาดตาแหวน, หาดสังวาลย์, หาดทองหลาง, หาดตายาย, จุดชมวิวเขานม เป็นต้น

 


 

12. หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

          ถ้านึกถึงชายหาดเงียบสงบ มีอาหารทะเลอร่อย ๆ ให้กินได้ไม่อั้น หลายคนคงจะนึกถึงหัวหินเป็นที่แรก เพราะหัวหินเป็นเมืองริมทะเลที่เพียบพร้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย จึงไม่แปลกที่ใครต่อใครมักจะเลือกที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางในวันหยุด หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวหัวหินต้องไม่พลาดสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเหล่านี้ อาทิ อุทยานราชภักดิ์, ตลาดโต้รุ่งหัวหิน, ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม, เพลินวาน หัวหิน, The Cicada Market, วัดห้วยมงคล, ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วินยาร์ด, Black Mountain Water Park เป็นต้น

 


 

13. ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

         ใครกำลังมองหาชายหาดสุดเงียบสงบ เพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เราขอแนะนำชายหาดปราณบุรีค่ะ ด้วยชายหาดแห่งนี้ไม่มีสถานบันเทิง แหล่งช้อปปิ้ง ศูนย์การค้าโด่งดัง มีเพียงบ้านพักตากอากาศริมทะเล และบ้านของชาวบ้านเท่านั้น การมาเที่ยวที่นี่จึงได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ยามเช้าบริเวณชายหาดจะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ เดินเล่นทอดน่องบริเวณชายหาดได้อย่างสบายใจ

 


 

 14. เกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

        เมื่อขับรถเลยไปจากปราณบุรี สู่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่นี่ก็มีเกาะสวรรค์อีกหนึ่งแห่งที่ไม่ควรพลาด เกาะทะลุ เป็นเกาะที่ใช้เวลาเดินทางจากฝั่งเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น บริเวณรอบ ๆ เกาะมีการอนุรักษ์ปะการังและเต่าทะเล รวมทั้งระบบนิเวศทางทะเลอื่น ๆ อีกด้วย บนเกาะมีเพียงรีสอร์ทเดียวเท่านั้น ที่นี่จึงเงียบสงบ และยังมีธรรมชาติที่สวยงาม น่าสนใจ ชายหาดขาวสะอาด น้ำทะเลใส คลายร้อนได้อย่างดี กิจกรรมบนเกาะทะลุมีให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำดูปะการัง, การพายเรือคายัก, การเดินศึกษาธรรมชาติตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ, การตกหมึกกลางทะเล เป็นต้น

 


 

15. เกาะขาม จังหวัดชลบุรี

        อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม เป็นเกาะเล็ก ๆ ใกล้กรุงเทพฯ อีกหนึ่งแห่งที่ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่เป็นดั่งไข่มุกเม็ดงามแห่งท้องทะเลทางฝั่งสัตหีบเลยทีเดียว ธรรมชาติบนเกาะขามนั้นยังคงสวยงาม น่าหลงใหล น้ำทะเลเป็นสีฟ้าใสแจ๋ว อีกทั้งหาดทรายยังขาวสะอาด นุ่มเนียนละเอียด บนเกาะไม่มีที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร จึงมีความเงียบสงบมาก ๆ นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินเที่ยวชมรอบ ๆ เกาะ ดำน้ำดูปะการังบนเกาะขามได้ทั้งวัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ nac1.navy.mi.th

 


 

16. เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

 

         เกาะเสม็ด ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพประมาณ 6.5 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น ใครไม่มีรถก็สามารถไปเที่ยวได้ง่าย ๆ ด้วยบริการรถตู้หรือรถโดยสารประจำทาง ภายในเกาะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เที่ยวชมมากมาย พร้อมทั้งที่พัก ร้านค้า ร้านอาหารหลากหลายแบบ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสรรได้ตามความชอบใจ และที่นี่ยังมีการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตริมทะเลอยู่ตลอดอีกด้วย ที่เที่ยวเกาะเสม็ดห้ามพลาด อาทิ หาดทรายแก้ว, อ่าวไผ่, อ่าวน้อยหน่า, อ่าวพุทรา, อ่าวช่อ, อ่าวลุงดำ, อ่าวเตย, อ่าววงเดือน, อ่าวเทียน, อ่าวกิ่ว, อ่าวปะการัง เป็นต้น

 


 

17. เกาะช้าง จังหวัดตราด

        ความพิเศษอย่างหนึ่งของเกาะช้างที่นักท่องเที่ยวชอบใจก็คือการขับรถข้ามไปใช้บนเกาะได้ แต่ถ้าใครไม่มีรถก็มีรถโดยสารประจำทาง พร้อมทั้งเรือโดยสารให้บริการทุกวัน จึงทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เกาะช้างถือได้ว่าเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเมืองไทย ที่นี่จึงมีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ใครอยากได้ความบันเทิง ก็มีร้านค้า ร้านอาหาร ผับ บาร์ รองรับ แต่ถ้าอยากพักผ่อนแบบเงียบ ๆ ชิล ๆ ก็มีชุมชนเก่าแก่เปิดบริการโฮมสเตย์ไว้ให้เข้าพักด้วยเช่นกัน กิจกรรมที่น่าสนใจบนเกาะช้าง อาทิ ดำน้ำดูปะการัง, ตกปลา, การเล่นกีฬาผจญภัยบนต้นไม้, ขับรถเอทีวี, เที่ยวน้ำตก, นั่งเรือมาด, ชมหิ่งห้อย, เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ เป็นต้น

ที่เที่ยวน้ำตกหน้าร้อน


 

18. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี

 

           น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งของเมืองไทย ตัวน้ำตกจะเป็นชั้นลดหลั่นกันลงมาอย่างงดงาม แบ่งออกเป็น 7 ชั้น ได้แก่ ดงว่าน, ม่านขมิ้น, วังหน้าผา, ฉัตรแก้ว, ไหลจนหลง, ดงผีเสื้อ และร่มเกล้า น้ำจะมีสีฟ้าใส บางชั้นที่มีแอ่งน้ำ สามารถลงไปเล่นน้ำได้ บริเวณรอบ ๆ น้ำตกเป็นป่าไม้เขียวขจี มีอากาศเย็นสดชื่นสบาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โทรศัพท์ 08 2290 2466, 0 632016687, 0 3454 7018

 


 

19. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จังหวัดสระบุรี

 

         น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย เป็นน้ำตกที่มีชั้นเตี้ย ๆ ไม่สูงมากนัก จำนวน 7 ชั้น ซึ่งธารน้ำจะไหลลดหลั่นกันลงมาสวยงาม บางชั้นจะมีลักษณะเป็นแอ่งกว้าง ลึกไม่มากนัก น้ำใสสะอาด จึงสามารถเล่นน้ำได้ โดยช่วงที่เหมาะสมในการเที่ยวชมน้ำตกคือ เดือนพฤศจิกายน-เมษายน จะมีน้ำเยอะมาก แต่ไม่ไหลเชี่ยว ปลอดภัย เหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาเที่ยวในช่วงวันหยุด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย โทรศัพท์ 0 3634 4416

 


 

20. น้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี

         จังหวัดกาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย ซึ่งหนึ่งในที่เที่ยวสุดฮอตของเมืองกาญจน์ก็คือน้ำตกเอราวัณ ด้วยน้ำตกแห่งนี้มีความสวยงามติดอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ตัวน้ำตกตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ มีทั้งหมด 7 ชั้น ได้แก่ ไหลคืนรัง, วังมัจฉา, ผาน้ำตก, อกนางผีเสื้อ, เบื่อไม่ลง, ดงพฤกษา และภูผาเอราวัณ โดยในแต่ละชั้นจะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป บางชั้นมีแอ่งน้ำให้ลงเล่นได้ บางชั้นเป็นธารน้ำตกไหลลงมาจากหน้าผาสูงสวยงาม ซึ่งระยะทางจากชั้นแรกจนถึงชั้นบนสุดรวมแล้วประมาณ 1,520 เมตร รอบ ๆ น้ำตกจะเป็นป่าสีเขียวขจี เมื่อรวมกับน้ำสีฟ้าใสของน้ำตก จึงเกิดเป็นความงดงามที่ลงตัว

 


 

21. น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

 

        น้ำตกพลิ้ว เป็นที่ท่องเที่ยวจันทบุรีที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เพราะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความสวยงาม และสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี น้ำตกพลิ้วเกิดจากสายธาร 2 สายไหลผ่านซอกผาลงมายังผาสูงกว่า 20 เมตร แล้วไหลลงสู่แอ่งน้ำขนาดใหญ่ด้านล่าง ซึ่งมีความใสสะอาด สามารถมองเห็นปลาและทรายใต้น้ำได้อย่างชัดเจน โดยปลาที่จะพบเห็นมากที่สุดคือ ปลาพลวงหิน ซึ่งจะชอบตอดเท้า คล้ายกับการทำสปาปลา สร้างความเพลิดเพลินให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมาก

 


 

22. น้ำตกไทรโยคใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี

  

         น้ำตกไทรโยคใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณลำน้ำแควน้อย ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค การจะไปเที่ยวชมน้ำตกไทรโยคใหญ่ให้สนุก ต้องล่องแพเข้าไปตามลำน้ำแควน้อย แล้วก็จะมองเห็นน้ำตกไทรโยคใหญ่ทอดตัวอยู่บนหน้าผาสูงเกือบ 10 เมตร ริมแม่น้ำแควน้อย คล้ายกับการกระโจนลงสู่แม่น้ำ แต่เดิมที่นี่จึงถูกเรียกว่าน้ำตกเขาโจน นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ด้วยกระแสน้ำในแม่น้ำแควน้อยจะไม่คงที่ และไหลไปเรื่อย ๆ ไม่เหมือนกับการเล่นน้ำในแอ่งน้ำตกทั่วไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค โทรศัพท์ 0 3468 6024, 0 3451 6163

         ทั้งหมดนี้เป็นเพียงที่เที่ยวหลบร้อนใกล้กรุงเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น รอบ ๆ กรุงเทพฯ ยังมีอะไรให้เราได้ไปเที่ยวพักผ่อนอีกมากมาย ใครชอบเที่ยวแบบไหนก็ลองชวนคนข้าง ๆ ไปพักผ่อนกัน จะได้มีแรงมาสู้กับงานต่อไปค่ะ :)

 


 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  , tis-museum.org, taluisland.com, nac1.navy.mi.th, kanchanaburi.co.th

 

เครดิต: travel.kapook.com

 
 
 
   
Copyright 2016 by www.vvan.or.th